คู่มือใช้งาน

วิธีใช้งานเรดาร์ฝน

รวมวิธีเลือกสถานี ดูภาพเคลื่อนไหว ซูมภาพ เปิดแผนที่ซ้อน และวางลูกศรบนภาพเรดาร์

อ่านเรดาร์ให้เป็น

สีบนภาพเรดาร์บอกความแรงของกลุ่มฝน

เรดาร์แสดงตำแหน่งและความเข้มของกลุ่มฝนในช่วงเวลาล่าสุด สีอ่อนมักหมายถึงฝนเบา ส่วนสีเข้มขึ้นหมายถึงฝนแรงขึ้น ให้ดูร่วมกับชื่อจังหวัด อำเภอ ตำบล และการเคลื่อนที่ของกลุ่มฝนในภาพ Loop

เขียว

ฝนเล็กน้อยถึงปานกลาง มักเป็นฝนโปรยหรือฝนต่อเนื่องไม่หนักมาก

เหลือง

ฝนปานกลางถึงค่อนข้างหนัก ควรเริ่มระวังการเดินทางและพื้นที่กลางแจ้ง

ส้ม

ฝนหนัก มีโอกาสเกิดน้ำรอระบาย ลมกระโชก หรือทัศนวิสัยลดลง

แดง / ม่วง

ฝนหนักมากหรือกลุ่มฝนรุนแรง ควรติดตามประกาศเตือนและหลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยง

หลักการทำงาน

เรดาร์ฝนทำงานยังไง

แผนภาพเรดาร์ส่งคลื่นไปกระทบกลุ่มฝนและรับ echo กลับมา

เรดาร์อากาศส่งคลื่นวิทยุหรือคลื่นไมโครเวฟเป็นจังหวะสั้น ๆ ออกจากจานสายอากาศ เมื่อคลื่นเดินทางไปกระทบหยดฝน ลูกเห็บ หรืออนุภาคในเมฆ พลังงานบางส่วนจะสะท้อนกลับมายังเครื่องรับ สัญญาณที่สะท้อนกลับมานี้เรียกว่า echo หรือสัญญาณสะท้อน

ระบบรู้ทิศทางของฝนจากมุมที่จานเรดาร์หันไป และรู้ระยะทางจากเวลาที่คลื่นใช้เดินทางออกไปแล้วสะท้อนกลับมา เพราะคลื่นเดินทางเร็วมากใกล้เคียงความเร็วแสง ยิ่งสัญญาณกลับมาช้าเท่าไร เป้าหมายก็อยู่ไกลจากสถานีมากขึ้นเท่านั้น

เมื่อจานเรดาร์หมุนกวาดรอบสถานีและเก็บสัญญาณหลายทิศทาง ระบบจะนำค่าที่ได้มาสร้างเป็นภาพแผนที่ฝนรอบสถานี สีที่เห็นบนภาพจึงไม่ใช่ “ภาพถ่ายเมฆ” แต่เป็นการแปลงความแรงของสัญญาณสะท้อนให้ดูง่ายด้วยสี

1

ส่งคลื่น

จานเรดาร์ปล่อยคลื่นเป็น pulse สั้น ๆ ไปในบรรยากาศ

2

กระทบฝน

คลื่นชนหยดฝน ลูกเห็บ หรืออนุภาคอื่นแล้วสะท้อนกลับ

3

รับ echo

เครื่องรับวัดความแรงของสัญญาณและเวลาที่สะท้อนกลับ

4

แปลงเป็นสี

ระบบแปลงค่าความเข้มเป็นสีบนแผนที่เรดาร์

dBZ คืออะไร

สเกลสีเรดาร์จากเขียว เหลือง ส้ม แดง ถึงม่วง แสดงค่า dBZ ที่แรงขึ้น

dBZ เป็นหน่วยที่ใช้บอกความแรงของสัญญาณสะท้อนกลับจากเป้าหมายในอากาศ ค่า dBZ สูงขึ้นมักหมายถึงมีหยดน้ำมากขึ้น หยดน้ำใหญ่ขึ้น หรือมีลูกเห็บปนอยู่ จึงมักแปลเป็นฝนที่แรงขึ้นบนภาพเรดาร์

  • ค่าต่ำมากหรือสีจาง: อาจเป็นฝนอ่อน ละอองฝน หรือสัญญาณอ่อน
  • ค่าปานกลางหรือสีเขียว-เหลือง: มักเป็นฝนที่ตรวจพบชัดขึ้น
  • ค่าสูงหรือสีส้ม-แดง-ม่วง: มักเป็นฝนหนัก ฝนฟ้าคะนอง หรือบริเวณที่มีหยดน้ำขนาดใหญ่

อย่างไรก็ตาม dBZ ไม่ได้เท่ากับปริมาณฝนบนพื้นโดยตรงเสมอไป เพราะขนาดหยดน้ำ ชนิดของฝน ความสูงของลำแสง และสิ่งรบกวนสัญญาณมีผลต่อค่าที่เห็น

ภาพเรดาร์ต่างจากภาพดาวเทียมยังไง

เรดาร์ ใช้ดูตำแหน่งและความแรงของฝนที่กำลังสะท้อนสัญญาณในรัศมีรอบสถานี จึงเหมาะกับการดูว่าฝนอยู่ตรงไหนและกำลังเคลื่อนไปทางใด

ดาวเทียม ใช้ดูเมฆจากด้านบน เห็นภาพกว้างกว่าและช่วยดูการก่อตัวของกลุ่มเมฆ แต่เมฆบางก้อนไม่จำเป็นต้องมีฝนตกถึงพื้นเสมอไป

การดูให้แม่นขึ้นควรใช้ทั้งสองอย่างร่วมกัน: เรดาร์บอกฝนใกล้ปัจจุบัน ส่วนดาวเทียมช่วยดูแนวโน้มเมฆและระบบอากาศรอบ ๆ

วิธีดูว่าฝนตกตรงไหน

  1. เลือกสถานีใกล้พื้นที่ เช่น เรดาร์ขอนแก่นสำหรับพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนและจังหวัดใกล้เคียง
  2. เปิดเส้นอำเภอหรือตำบล เพื่อเทียบกลุ่มสีฝนกับขอบเขตพื้นที่จริงบนแผนที่
  3. ซูมเข้าไปยังจังหวัดหรืออำเภอ ถ้ากลุ่มสีทับหรืออยู่ติดกับพื้นที่นั้น แปลว่าพื้นที่นั้นมีโอกาสได้รับฝน
  4. ดูภาพ Loop เพื่อดูทิศทางการเคลื่อนที่ ถ้ากลุ่มฝนเคลื่อนเข้าหาพื้นที่ ให้เตรียมรับฝนในระยะถัดไป
  5. ดูเวลาในภาพ ภาพเรดาร์เป็นภาพตามเวลาที่ตรวจล่าสุด จึงควรกดรีเฟรชเมื่อใช้งานจริง

ตัวอย่างการอ่านภาพ

ถ้ากลุ่มสีแดงอยู่บนอำเภอ A และลูกศรในภาพ Loop เคลื่อนไปทางอำเภอ B แปลว่าอำเภอ A กำลังมีฝนแรง และอำเภอ B อาจได้รับฝนต่อในช่วงถัดไป

ทำไมภาพเรดาร์อาจไม่ตรงกับฝนที่พื้น 100%

  • ลำแสงสูงขึ้นเมื่อไกลสถานี โลกมีความโค้งและลำแสงเรดาร์ยกสูงตามระยะทาง ฝนใกล้พื้นไกล ๆ อาจตรวจไม่ชัด
  • ภูเขา อาคาร หรือสิ่งกีดขวาง อาจบังลำแสง ทำให้บางพื้นที่สัญญาณอ่อนหรือมีเงาเรดาร์
  • ฝนอ่อนมาก อาจสะท้อนสัญญาณไม่พอ โดยเฉพาะฝนละอองหรือฝนที่ตกใต้ฐานเมฆต่ำ
  • ลูกเห็บสะท้อนแรง ทำให้สีเข้มมากและอาจประเมินว่าฝนหนักกว่าปริมาณน้ำฝนจริง
  • สิ่งที่ไม่ใช่ฝน เช่น ground clutter คลื่นทะเล ฝูงแมลง หรือสภาพชั้นบรรยากาศบางแบบ อาจปรากฏคล้ายฝนได้
  • ภาพมีเวลาอัปเดต ฝนฟ้าคะนองเปลี่ยนเร็ว ภาพที่ช้าไปไม่กี่นาทีก็อาจต่างจากสถานการณ์จริงแล้ว

เทคนิคอ่านภาพ Loop

ตัวอย่างภาพ Loop แสดงกลุ่มฝนเคลื่อนจากอำเภอ A ไปหาอำเภอ B
  • ดูอย่างน้อย 3-5 เฟรม เพื่อเห็นทิศทาง ไม่ตัดสินจากภาพเดียว
  • สังเกตว่ากลุ่มฝน “โตขึ้น” หรือ “อ่อนลง” สีที่เข้มขึ้นแปลว่ากลุ่มฝนกำลังแรงขึ้น
  • ถ้ากลุ่มฝนเรียงเป็นแนวยาวและเคลื่อนซ้ำผ่านพื้นที่เดิม ต้องระวังฝนสะสมและน้ำท่วมฉับพลัน
  • ถ้าขอบกลุ่มฝนมีสีแดงหรือม่วงเคลื่อนเข้าใกล้พื้นที่ ควรเผื่อเวลาเตรียมตัวก่อนฝนถึง
  • ดูทิศทางลมและประกาศเตือนร่วมด้วย เพราะฝนฟ้าคะนองบางก้อนอาจเปลี่ยนทิศหรือขยายตัวเร็ว

สรุปวิธีใช้เรดาร์แบบเร็ว

อยากรู้ว่าตกตรงไหน

เปิดเส้นอำเภอ/ตำบล แล้วดูว่ากลุ่มสีทับพื้นที่ใด

อยากรู้ว่าหนักแค่ไหน

ดูสีและความเข้ม เขียวเบากว่า เหลืองปานกลาง ส้มแดงหนักขึ้น

อยากรู้ว่าจะมาถึงไหม

เปิด Loop แล้วดูทิศทางของกลุ่มฝนหลายเฟรมต่อเนื่อง

อยากใช้เพื่อเตือนภัย

ดูร่วมกับประกาศเตือนอากาศ ภาพดาวเทียม และข้อมูลฝนจริงในพื้นที่

ข้อควรจำ

สีเรดาร์เป็นการสะท้อนของหยดน้ำหรือวัตถุในอากาศ จึงควรใช้ร่วมกับภาพดาวเทียม สถานีวัดฝน และประกาศเตือนอากาศ โดยเฉพาะเมื่อเห็นกลุ่มฝนสีแดง ม่วง หรือกลุ่มฝนเคลื่อนตัวเร็ว

แหล่งข้อมูลที่ใช้เรียบเรียง

เรียบเรียงจากความรู้พื้นฐานของ NOAA/National Weather Service เรื่องการทำงานของเรดาร์อากาศ, reflectivity, dBZ และข้อจำกัดของภาพเรดาร์ รวมกับคำแนะนำการใช้งานภาพเรดาร์สำหรับผู้ใช้ทั่วไป

1

เลือกสถานีเรดาร์

กดเมนูด้านบนแล้วเลือกภาค จังหวัด หรือระยะเรดาร์ที่ต้องการดู ถ้าใช้มือถือให้กดปุ่มเมนูก่อนแล้วเลือกจากแท็บภาค

2

เปิดภาพเคลื่อนไหว

กดปุ่ม Loop เพื่อสลับจากภาพนิ่งเป็นภาพเคลื่อนไหวของเรดาร์ กดซ้ำเพื่อกลับเป็นภาพนิ่ง

3

เปิดเส้นอำเภอหรือตำบล

กดปุ่ม อำเภอ หรือ ตำบล เพื่อแสดงขอบเขตพื้นที่ซ้อนบนภาพเรดาร์ บางสถานีอาจมีให้เลือกเพียงแบบเดียว

4

ซูมภาพเรดาร์

เลื่อนแถบ ซูม เพื่อขยายภาพได้ตั้งแต่ 100% ถึง 400% เมื่อซูมแล้วสามารถลากภาพเพื่อเลื่อนไปยังจุดที่ต้องการดู

5

เลือกพื้นที่สำคัญ

ถ้าสถานีมีรายการจังหวัดหรือพื้นที่สำคัญ ให้เลือกจากช่องรายการ ระบบจะซูมและเลื่อนไปยังพื้นที่นั้นให้อัตโนมัติ

6

เพิ่มลูกศรบนภาพ

กด เพิ่มลูกศร แล้วลากลูกศรไปวางบนจุดฝนที่ต้องการชี้ จากนั้นกด ยืนยันลูกศร เพื่อซ่อนจุดปรับแต่ง

7

เพิ่มขนาดลูกศร

แตะหรือคลิกลูกศรให้มีกรอบขึ้น แล้วลากจุดกลมสีแดงที่ปลายลูกศรออกไปด้านข้างเพื่อขยายขนาด ลากกลับเข้ามาเพื่อลดขนาด

8

หมุนหรือลบลูกศร

แตะลูกศรแล้วลากปุ่มหมุนด้านบนเพื่อเปลี่ยนทิศทาง หากไม่ต้องการใช้ลูกศรนั้นแล้วให้กด ลบลูกศร

9

ซ่อนแถบเครื่องมือมือถือ

บนมือถือสามารถกดปุ่มลูกศรล่างบริเวณมุมขวาล่างเพื่อซ่อนแถบเครื่องมือ และกดลูกศรขึ้นเพื่อแสดงกลับมา